ที่ล้างตาฉุกเฉิน รุ่น 1107F

Emergency Shower Eyewash
ที่ล้างตาฉุกเฉิน
หรือ อ่างล้างตาฉุกเฉิน

ยี่ห้อ RWD

รหัส WJH1107F

รายละเอียดสินค้า

• ชุดฝักบัวพร้อม อ่างล้างตาฉุกเฉิน จาก RWD
ผลิตจากวัสดุ SS304 ทนการกัดกร่อน
• หัวฉีดล้างตาแบบขยาย ทำให้ชำระล้างอย่างอ่อนโยน
หัวฉีดทำมาจาก ABS ป้องกันการเกิดสนิม
• ใช้ชะล้างวัตถุอันตรายใดออกจากดวงตาและใบหน้า
• เหมาะสำหรับติดตั้งบริเวณที่มีความเสี่ยงจากสารเคมี
• สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วโดยการผลัก-เหยียบ
• ใช้งานโดยการผลัก-เหยียบ ในการล้างดวงตา/ใบหน้า
• ใช้งานโดยการดึง สำหรับการชำระล้างตัว
• แรงดันใช้งาน 0.2~0.4 Mpa (30 – 60 PSI)
• ค่าความดันอ้างอิงมาตรฐาน 1.0 Mpa (150 PSI)
• แรงดันทดสอบ 1.5 Mpa (218 PSI)
• อัตราการไหลของน้ำฝัวบัว ≥ 76 L/Min
• อัตราการไหลของอ่างล้างตา ≥ 11.4 L/Min
• เป็นไปตามมาตรฐาน ANSI Z358.1-2014Z
• ได้รับมาตรฐาน EN 15154-4 :2009


1. ทำไมต้องติดตั้ง อุปกรณ์ที่ล้างตาฉุกเฉิน ในสถานที่ทำงาน

📌 สถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายต้องจัดให้มีที่ล้างตาฉุกเฉินและฝักบัวชำระล้างร่างกาย
เนื่องจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 กำหนดให้มีอุปกรณ์สำหรับชำระล้างสารเคมีที่สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสารเคมีที่มีพิษ กัดกร่อน หรือระคายเคืองต่อดวงตาและร่างกาย
ทั้งนี้ นายจ้างต้องดูแล และ ตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

2. ทำไมเป็นอุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน จึงเป็นอุปกรณ์ฉุกเฉินที่กฎหมายกำหนด

ในบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ตามกฎหมายระบุไว้ว่า นายจ้างต้องจัดให้มีสถานที่ และอุปกรณ์สำหรับคุ้มครองความปลอดภัย
ทำให้ต้องมีที่ชำระล้างสารเคมีอันตราย ที่ลูกจ้างสามารถใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน ทำให้อย่างน้อยบริเวณที่ทำงาน
จึงต้องมีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกายจากสารเคมีอันตรายที่อ่างก่อให้เกิดอันตรายกับพนักงานได้
โดยต้อง ใช้ได้ทันที เพราะ เมื่อสารเคมีกระเด็นหรือสัมผัสดวงตา การล้างออกอย่างรวดเร็วจึงเป็นมาตรการเบื้องต้น
เพื่อลดระยะเวลาที่ดวงตาสัมผัสสารเคมี กฎหมายจึงใช้คำว่า “สามารถใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน”
ไม่ใช่เพียงมีอ่างล้างหน้า หรือ ก๊อกน้ำในโรงงาน ก็เพียงพอแล้ว

3. โรงงานประเภทใดบ้างที่ต้องมี อุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน อยู่ในสถานที่ทำงาน

คำว่า “การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย” ในกฎกระทรวงมีความหมายค่อนข้างกว้าง และยังครอบคลุมถึงการทำงานหลากหลายประเภท อาทิเช่น
📌การผลิตและบรรจุสารเคมีต่าง ๆ
📌การเคลื่อนย้ายและถ่ายเทที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
📌การเก็บรักษา และ ขนถ่ายสารเคมี
📌การกำจัดสารเคมีต่าง ๆ
📌การซ่อมบำรุง หรือ ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
ดังนั้นแล้วเราควรจะต้องประเมินความเสี่ยงของการทำงานให้เหมาะสม ว่าบริเวณใดบ้างที่จะมีความเสี่ยงอยู่
ไม่ใช่ติดตั้งตามแค่กฎหมายกำหนดไว้เพียงขั้นต่ำที่

4. มาตรฐานอ้างอิงที่นิยมใช้ในการเลือกที่ล้างตาฉุกเฉิน

ANSI Z358.1-2014 – Emergency Eyewash and Shower Equipment โดย มาตรฐานนี้ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญสำหรับการใช้งานอุปกรณ์นี้
อาทิเช่น 1.สมรรถนะต่าง ๆ ที่สำคัญ 2.อัตราการไหล 3.รูปแบบการกระจายน้ำ 4.อุณหภูมิของน้ำในการใช้งาน 5.การติดตั้ง 6.การใช้งาน 7.การตรวจสอบและบำรุงรักษา

5. การดูแลรักษาอุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน

📌ตรวจสอบสภาพการทำงานเป็นประจำ โดยการเปิดใช้งาน เพื่อดูอัตราการไหลว่าเหมาะสมหรือไม่ และ ไม่มีสิ่งอุดตันขวางการไหลของน้ำ
📌 ทำความสะอาดอุปกรณ์ล้างตา ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อราและการสะสมของสิ่งสกปรก
📌 ตรวจสอบสภาพของข้อต่อต่างๆ ว่าไม่มีการรั่วซึม แตกร้าว หรือ ชำรุดเสียหาย
📌 บันทึกการบำรุงรักษาไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง พร้อมทั้งระบุปัญหา การแก้ไข และผู้รับผิดชอบ

6. ข้อควรระวังเรื่องจำนวนที่กฎหมายกำหนด

ที่ล้างมือและล้างหน้าต้องมีไม่น้อยกว่า 1 ที่ ต่อพนักงาน 15 คน และเพิ่มตามสัดส่วน โดยจำนวนเกิน 7 คนให้ปัดขึ้นเป็น 15 คน
จำนวนห้องอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ต้องมีไม่น้อยกว่า 1 ห้อง ต่อพนักงาน 15 คน และเพิ่มตามสัดส่วนเช่นเดียวกัน พร้อมจัดของใช้ที่จำเป็นและใช้งานได้ตลอดเวลา
แต่ในข้อความนี้ ไม่ได้ระบุว่าอ่างล้างตาฉุกเฉินต้องมี 1 จุดต่อ 15 คน และ ไม่ได้ระบุจำนวนฝักบัวฉุกเฉินเป็นตัวเลขตายตัว
ดังนั้นเราจึงต้องติดตั้งตามหลักความปลอดภัย หรือ ประเมินจากพื้นที่หน้างานอีกครั้ง
โดย ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได้จริง ไม่ถูกกีดขวาง และ พร้อมใช้งานตลอดเวลา