

อ่างล้างตาฉุกเฉิน
Emergency Shower หรือ ที่ล้างตาฉุกเฉิน
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับสถานที่ทำงาน ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับสารเคมีหรือมีโอกาสกระเด็นเข้าสู่ดวงตา/ร่างกายผู้ทำงาน การติดตั้งอุปกรณ์ล่างตาฉุกเฉินไว้ในพื้นที่ทำงานที่มีความเสี่ยง จะสามารถช่วยชำระล้างสารเคมีได้อย่างทันท่วงที ช่วยเสริมสร้างการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยได้อีกด้วย ตามกฎหมายบังคับให้ติดตั้งที่ล้างตาฉุกเฉิน
อุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน
มาตรฐาน ANSI Z358.1 เป็นมาตรฐานที่กำหนดข้อกำหนดสำหรับ ที่ล้างตาฉุกเฉิน (Emergency Eyewash and Shower Equipment)
เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และ ความปลอดภัยสูงสุดในกรณีบริเวณที่มีการทำงานมีโอกาสสัมผัส กับ สารเคมีอันตราย
ฝักบัวและที่ล้างตาฉุกเฉิน
อ่างล้างตาฉุกเฉินตั้งพื้น
อ่างล้างตาฉุกเฉินแบบติดผนัง
ที่ล้างตาแบบเคลื่อนที่
FAQ : คำถามที่พบบ่อย
1. ทำไมต้องติดตั้ง อุปกรณ์ที่ล้างตาฉุกเฉิน ในสถานที่ทำงาน
📌 สถานประกอบการที่มีลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายต้องจัดให้มีที่ล้างตาฉุกเฉินและฝักบัวชำระล้างร่างกาย
เนื่องจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 กำหนดให้มีอุปกรณ์สำหรับชำระล้างสารเคมีที่สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสารเคมีที่มีพิษ กัดกร่อน หรือระคายเคืองต่อดวงตาและร่างกาย
ทั้งนี้ นายจ้างต้องดูแล และ ตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
2. ทำไมเป็นอุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน จึงเป็นอุปกรณ์ฉุกเฉินที่กฎหมายกำหนด
ในบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ตามกฎหมายระบุไว้ว่า นายจ้างต้องจัดให้มีสถานที่ และอุปกรณ์สำหรับคุ้มครองความปลอดภัย
ทำให้ต้องมีที่ชำระล้างสารเคมีอันตราย ที่ลูกจ้างสามารถใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน ทำให้อย่างน้อยบริเวณที่ทำงาน
จึงต้องมีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกายจากสารเคมีอันตรายที่อ่างก่อให้เกิดอันตรายกับพนักงานได้
โดยต้อง ใช้ได้ทันที เพราะ เมื่อสารเคมีกระเด็นหรือสัมผัสดวงตา การล้างออกอย่างรวดเร็วจึงเป็นมาตรการเบื้องต้น
เพื่อลดระยะเวลาที่ดวงตาสัมผัสสารเคมี กฎหมายจึงใช้คำว่า “สามารถใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน”
ไม่ใช่เพียงมีอ่างล้างหน้า หรือ ก๊อกน้ำในโรงงาน ก็เพียงพอแล้ว
3. โรงงานประเภทใดบ้างที่ต้องมี อุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน อยู่ในสถานที่ทำงาน
คำว่า “การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย” ในกฎกระทรวงมีความหมายค่อนข้างกว้าง และยังครอบคลุมถึงการทำงานหลากหลายประเภท อาทิเช่น
📌การผลิตและบรรจุสารเคมีต่าง ๆ
📌การเคลื่อนย้ายและถ่ายเทที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
📌การเก็บรักษา และ ขนถ่ายสารเคมี
📌การกำจัดสารเคมีต่าง ๆ
📌การซ่อมบำรุง หรือ ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี
ดังนั้นแล้วเราควรจะต้องประเมินความเสี่ยงของการทำงานให้เหมาะสม ว่าบริเวณใดบ้างที่จะมีความเสี่ยงอยู่
ไม่ใช่ติดตั้งตามแค่กฎหมายกำหนดไว้เพียงขั้นต่ำที่
4. มาตรฐานอ้างอิงที่นิยมใช้ในการเลือกที่ล้างตาฉุกเฉิน
ANSI Z358.1-2014 – Emergency Eyewash and Shower Equipment โดย มาตรฐานนี้ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญสำหรับการใช้งานอุปกรณ์นี้
อาทิเช่น 1.สมรรถนะต่าง ๆ ที่สำคัญ 2.อัตราการไหล 3.รูปแบบการกระจายน้ำ 4.อุณหภูมิของน้ำในการใช้งาน 5.การติดตั้ง 6.การใช้งาน 7.การตรวจสอบและบำรุงรักษา
5. การดูแลรักษาอุปกรณ์ล้างตาฉุกเฉิน
📌ตรวจสอบสภาพการทำงานเป็นประจำ โดยการเปิดใช้งาน เพื่อดูอัตราการไหลว่าเหมาะสมหรือไม่ และ ไม่มีสิ่งอุดตันขวางการไหลของน้ำ
📌 ทำความสะอาดอุปกรณ์ล้างตา ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อราและการสะสมของสิ่งสกปรก
📌 ชุดล้างตาแบบเคลื่อนย้าย ควรเติมน้ำลงในถังเก็บน้ำให้เต็มอยู่เสมอ และเปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 7-14 วัน
📌 ตรวจสอบสภาพของข้อต่อต่างๆ ว่าไม่มีการรั่วซึม แตกร้าว หรือ ชำรุดเสียหาย
📌 บันทึกการบำรุงรักษาไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง พร้อมทั้งระบุปัญหา การแก้ไข และผู้รับผิดชอบ
6. ข้อควรระวังเรื่องจำนวนที่กฎหมายกำหนด
ที่ล้างมือและล้างหน้าต้องมีไม่น้อยกว่า 1 ที่ ต่อพนักงาน 15 คน และเพิ่มตามสัดส่วน โดยจำนวนเกิน 7 คนให้ปัดขึ้นเป็น 15 คน
จำนวนห้องอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ต้องมีไม่น้อยกว่า 1 ห้อง ต่อพนักงาน 15 คน และเพิ่มตามสัดส่วนเช่นเดียวกัน พร้อมจัดของใช้ที่จำเป็นและใช้งานได้ตลอดเวลา
แต่ในข้อความนี้ ไม่ได้ระบุว่าอ่างล้างตาฉุกเฉินต้องมี 1 จุดต่อ 15 คน และ ไม่ได้ระบุจำนวนฝักบัวฉุกเฉินเป็นตัวเลขตายตัว
ดังนั้นเราจึงต้องติดตั้งตามหลักความปลอดภัย หรือ ประเมินจากพื้นที่หน้างานอีกครั้ง
โดย ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได้จริง ไม่ถูกกีดขวาง และ พร้อมใช้งานตลอดเวลา














