การเลือกใช้งานถังดับเพลิง
Table of Content
- การเลือกใช้งานถังดับเพลิง
- การเกิดเหตุเพลิงไหม้มีสาเหตุมาจากอะไร
- เชื้อเพลิงตามาตรฐาน NFPA 10 ที่มอก. ใช้อ้างอิงแบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้
- ระยะการเกิดเพลิงไฟ ทั้ง 3 ระยะ
- การเลือกใช้งานถังดับเพลิงแต่ละประเภท
- ความสามารถในการดับเพลิง (Fire Rating)
- วิธีการใช้งานถังดับเพลิง
- การบำรุงรักษาถังดับเพลิง
- ติดต่อซื้อสินค้าถังดับเพลิง หรือ สอบถามข้อมูล
การเกิดเหตุเพลิงไหม้มีสาเหตุมาจากอะไร
ไฟเกิดจากองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน คือ เชื้อเพลิง (Fuel) ความร้อน (Heat) และ ออกซิเจน หากต้องการจะดับไฟก็ต้องทำให้องค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งหายไปหรือไม่เพียงพอกับการเผาไหม้

เชื้อเพลิงตามาตรฐาน NFPA 10 ที่มอก. ใช้อ้างอิงแบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้
Class A ไฟที่เกิดจากของแข็ง เช่น ไม้ กระดาษ พลาสติก ยาง เป็นต้น
Class B ไฟที่เกิดจากของเหลวติดไฟ เช่น น้ำมัน ก๊าซ ทินเนอร์ หรือ สารทำละลายต่างๆ
Class C ไฟที่เกิดจากไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ หรือ ไฟฟ้าลัดวงจร
Class D ไฟที่เกิดจากโลหะติดไฟง่าย เช่น อะลูมิเนียม แมกนีเซียม ไทเทเนียม โพแทสเซียม ฯลฯ
Class K ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงน้ำมันที่ใช้ในการทำอาหาร เช่น น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ ไขมันสัตว์

ระยะการเกิดเพลิงไฟ ทั้ง 3 ระยะ
- ระยะขั้นต้น คือ ระยะที่เริ่มเกิดเปลวไฟ ไปจนถึง ระยะที่เกิดเปลวไฟไปแล้ว 4 นาที โดยระยะนี้สามารถดับไฟได้เองเบื้องต้น โดยการใช้ถังดับเพลิง
2. ระยะขั้นปานกลาง คือ ระยะเวลาช่วง 4 นาที ไปจนถึง 8 นาที ระยะนี้ อุณหภูมิจะสูงมากเกินกว่า 400 องศาเซลเซียส หากจะใช้เครื่องดับเพลิงต้องมีอุปกรณ์จำนวนเพียงพอ ควรใช้ระบบดับเพลิงขั้นสูง จะมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่มากกว่าในการดับไฟ
3. ระยะขั้นรุนแรง คือ เกิดเพลิงไหม้ต่อเนื่องไปแล้ว เกินกว่า 8 นาที และ ยังคงมีเชื้อเพลิงอีกมาก อุณหภูมิสูงมากกว่า 600 องศาเซลเซียส ไฟจะลุกลามและขยายตัวไปทุกทิศทางอย่างรุนแรง การดับเพลิงต้องใช้ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรม และพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ในการระงับเหตุเพลิงไหม้
การเลือกใช้งานถังดับเพลิงแต่ละประเภท

ประเภทของถังดับเพลิง
- ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) สามารถดับไฟประเภท A B C
ข้อดี : ราคาถูก หาซื้อง่าย
ข้อเสีย : เมื่อฉีดออกมาจะฟุ้งกระจาย และเมื่อเราทำการฉีดแล้วจะฉีดจนหมดหรือไม่หมดถัง แรงดันจะตก ไม่สามารถใช้งานได้อีก ต้องส่งอัดบรรจุใหม่ทันที - ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สารเคมีภายในบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซที่ฉีดออกมาจะเป็นไอเย็นจัด คล้ายน้ำแข็งแห้ง ลดความร้อนของไฟได้
ข้อดี : ไม่ทิ้งคราบสกปรก สามารถดับไฟได้แค่ประเภท B C เหมาะสำหรับ การใช้งานในห้องเครื่องจักร Line การผลิต อุตสาหกรรมอาหาร ถังสีแดง ปลายกระบอกฉีดจะใหญ่เป็นพิเศษ
ข้อเสีย : ไม่มี “เกจวัดความดัน” ทำให้ต้องใช้วีธีชั่งน้ำหนักถังเวลาตรวจสอบคุณภาพถัง
*** ไม่ควรวางไว้กลางแสงแดดเนื่องจากถัง CO2 มีการอัดแรงดันที่ค่อนข้างสูง เมื่อโดนความร้อนทำให้ถังมีอุณภูมิสูงขึ้น *** แรงดันในถังก็เพิ่มขึ้นตาม หากถังเสื่อมคุณภาพ อาจระเบิดได้ตามที่เคยมีข่าวถังดับเพลิงระเบิดจนทำให้เกิดการเสียชีวิต
ความสามารถในการดับเพลิง (Fire Rating)
บนฉลากจะมีตัวเลขและตัวอักษร เช่น 2A:10B ซึ่งแสดงถึงปริมาณและชนิดของไฟที่ถังดับเพลิงนั้นสามารถดับได้ ตัวเลขที่สูงกว่าหมายถึงความสามารถในการดับเพลิงที่มากกว่า
วิธีการใช้งานถังดับเพลิง

ขั้นตอนการใช้งานถังดับเพลิงมีดังนี้
- หากเป็นที่โล่งให้เข้าไปทางเหนือลม โดยห่างจากฐานของไฟประมาณ 2-3 เมตร
2. ดึงสลัก หรือ ลวดที่รั้งวาล์วออก
3. ยกหัวฉีดปากกรวยชี้ไปที่ฐานของไฟ ( ทำมุมประมาณ 45 องศา )
4. บีบไกเพื่อเปิดวาล์วให้ก๊าซพุ่งออกมาไปยังตำแหน่งเพลิงไฟ
5. ให้ฉีดไปตามทางยาวไปที่ฐานของไฟ และ กราดหัวฉีดไปช้า ๆ ครอบคลุมไฟ
6. ต้องฉีดต่อไปข้างหน้าจนแน่ใจว่าเพลิงดับสนิทแล้ว
❗❗Tips ❗❗
– ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้วางอยู่ในระดับต่างกัน ให้ฉีดจากข้างล่างไปหาข้างบน
– ถ้าน้ำมันรั่วไหลให้ฉีดจากปลายทางที่รั่วไหลไปยังจุดที่รั่วไหล
– เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ ต้องรีบตัดกระแส
ไฟฟ้าก่อน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการลุกไหม้ขึ้นมาอีกได้เมื่อดับเพลิงไหม้แล้ว
การบำรุงรักษาถังดับเพลิง
การตรวจสอบถังดับเพลิงให้พร้อมใช้งาน มีความสำคัญเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อเหตุเพลิงไหม้และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน หรือ อาคาร บ้านเรือน เป็นต้น การตรวจสอบถังดับเพลิงนั้น ควรตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าถังดับเพลิงจะสามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

การดูแลรักษาถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง
- ดูที่เข็มในมาตรวัด (Pressure Gauge) ของถังดับเพลิงที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ เข็มจะชี้ที่ช่องสีเขียว (สังเกตตามรูป)
1.1 การตรวจสอบถัง ABC ให้ดูจาก Pressure Gauge และ สำหรับถัง Co2 ให้ชั่งน้ำหนักถัง
2. ตรวจ สายฉีด หัวฉีด อย่าให้มีผงอุดตัน (ตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน)
3. ถ้าไฟไหม้ หรือกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ให้ส่งไปตรวจสอบและบรรจุใหม่
4. สภาพบรรจุของถังดับเพลิงต้องไม่บุบ หรือบวม และไม่ขึ้นสนิม
5. อายุการใช้งาน ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (ถังสีแดง) มีอายุประมาณ 5 ปี
ถังดับเพลิงที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป ควรตรวจสอบเพื่อตรวจเช็คสภาพของตัวเครื่องและทำการถ่ายเคมีออกและบรรจุใหม่
6. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (ถังสีแดง) หากมีการใช้งานแล้ว ต้องนำไปเติมสารเคมีใหม่ทุกครั้ง
ติดต่อซื้อสินค้าถังดับเพลิง หรือ สอบถามข้อมูล
Line OA : FTEPPE หรือ คลิก
